คัดลอกสรุปสั้นแล้ว!
gugoru.com
⌘K

แมนฯ ยู ยุคโรงงานคอนเทนต์ เมื่อวิกฤตทีมกลายเป็นธุรกิจพันล้าน

ประเด็นร้อน
1 นาที •
✍️บอย ข้างสนาม

คุณเคยเห็นรายการเรียลลิตี้โชว์ที่ยิ่งครอบครัวพัง ทะเลาะกันบ้านแตก ยอดคนดูกลับยิ่งพุ่งถล่มทลายไหม? นั่นแหละคือสภาพของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตอนนี้เป๊ะๆ สโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถูกแปลงสภาพกลายเป็น 'โรงงานผลิตคอนเทนต์' ป้อนความล้มเหลวให้คนเสพ ยิ่งในสนามแพ้เละเทะ รายการพอดแคสต์กับช่องยูทูบของเหล่าตำนานนักเตะก็ยิ่งฟันยอดวิวถล่มทลาย

3 มุมธุรกิจคอนเทนต์

ทำไมความพินาศของผีแดงถึงกลายเป็นขุมทองของตำนาน

  • 1เครื่องจักรผลิตความพินาศ: ความล้มเหลวในสนามถูกแปรรูปเป็นสินค้าทำเงินเต็มรูปแบบ จากช่องสตรีม Watchalong ของ มาร์ก โกลด์บริดจ์ ที่มีคนตามกว่า 3.7 ล้านคน สอดรับกับคำพูดในอดีตของ เอ็ด วูดเวิร์ด ว่าผลงานในสนามแทบไม่กระทบตัวเลขรายได้ธุรกิจของสโมสรเลยสักนิด
  • 2เพื่อนเก่าเผาเรือน: ลองนึกภาพคุณทำงานพลาดในออฟฟิศ แล้วรุ่นพี่แผนกเดียวกันไปเปิดพอดแคสต์ด่าคุณออกสื่อทุกเย็น นั่นคือสิ่งที่ ไมเคิล คาร์ริค และนักเตะต้องเจอ เมื่อ แกรี่ เนวิลล์ กับ เวย์น รูนีย์ คุมสื่อปั่นกระแสวิจารณ์เรื่องวินัยจนคนในสโมสรแทบไม่มีสมาธิทำงาน
  • 3พอดแคสต์ฆ่าทีมตัวเอง: เอาไปเปิดประเด็นเถียงกับเพื่อนที่โต๊ะทำงานได้เลยว่า ยิ่งตำนานอย่าง เนวิลล์ หรือ สโคลส์ จัดรายการจวกทีมหนักเท่าไหร่ แมนฯ ยู ยิ่งฟื้นยากขึ้นเท่านั้น เพราะเสียงวิจารณ์ไม่ได้ทำเพื่อช่วยทีม แต่ทำเพื่อป้อนยอดเอนเกจเมนต์และยอดวิวเข้ากระเป๋าตัวเองล้วนๆ
ด่านหินถัดไป

คาร์ริค ลุยถ้ำสิงห์พร้อมกล้องเรียลลิตี้จ่อหน้า

ไมเคิล คาร์ริค ยังต้องทำหน้าที่คุมทีมบุกเยือน เชลซี ท่ามกลางทีมงาน อเมซอน ที่ตามถ่ายสารคดีติดขอบสนาม โดยมีแก๊งตำนานรุ่นพี่ตั้งกล้องรอขยี้ต่อหลังจบเกม

โพยเอาไว้คุยกับเพื่อน

“แมนฯ ยู ตอนนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยฟุตบอล แต่ถูกเลี้ยงไข้ด้วยยอดวิวจากซากปรักหักพังของตัวเอง”