คัดลอกสรุปสั้นแล้ว!
gugoru.com
⌘K

ภาพจำมิลานดาร์บี้ 2005: เมื่อสองคู่อริยืนกอดคอดูเปลวเพลิง

ประเด็นร้อน
1 นาที •
✍️บอย ข้างสนาม

ลองนึกภาพตามนะ คุณเคยเห็นเพื่อนร่วมงานสองคนที่เกลียดขี้หน้ากันแทบตาย จ้องจะขัดขากันทุกโปรเจกต์ แต่พอตึกเกิดไฟไหม้ ทั้งคู่ดันมายืนเคียงข้างกันมองกองเพลิงด้วยสายตาว่างเปล่าไหม? นั่นแหละคือช็อตหยุดโลกของ รุย คอสต้า กับ มาร์โก มาเตรัซซี่ ในศึกมิลานดาร์บี้ปี 2005 ท่ามกลางห่าพลุไฟที่แฟนบอลอินเตอร์ปาถล่มสนามซาน ซิโร่ จน ดีด้า โดนลูกหลง กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่สะท้อนทั้งความงดงามและความบ้าคลั่งของฟุตบอลอิตาลีได้แบบโคตรคลาสสิก

3 ช็อตหยุดโลก

เบื้องหลังภาพประวัติศาสตร์ซานซิโร่

  • 1ลูกโหม่งกัมเบียสโซ่ที่ถูกริบ: จุดระเบิดสงครามไม่ได้เริ่มจากความเกลียดชัง แต่มาจากจังหวะที่ เอสเตบัน กัมเบียสโซ่ ส่งบอลตุงตาข่าย แต่ผู้ตัดสิน มาร์คุส เมิร์ก ดันเป่าฟาวล์ว่า ฮูลิโอ ครูซ ไปชน ดีด้า จนทำให้อารมณ์ของแฟนบอลอินเตอร์ที่ตามหลังสกอร์รวม 0-3 ขาดผึงทันที
  • 2จอมโหดพักรบกับศิลปินลูกหนัง: มาเตรัซซี่ กองหลังฉายาคนขายเนื้อ เอาศอกท้าวบนไหล่ รุย คอสต้า เพลย์เมกเกอร์สายคลาสสิก เหมือนตัวร้ายในหนังแอ็กชันที่เลิกสู้ชั่วคราวแล้วหันมาชวนพระเอกยืนดูโลกาวินาศ ความคอนทราสต์ของสองขั้วนี้คือสิ่งที่ช่างภาพ สเตฟาโน่ เรลลันดินี่ กดชัตเตอร์เก็บไว้ได้เพียงเฟรมเดียวจนกลายเป็นตำนาน
  • 3ระเบิดเวลาจากปมด้อย 16 ปี: เอาจริงดิ ใครคิดว่าพลุไฟคืนนั้นเกิดเพราะแค่กรรมการตัดสินค้านสายตา คุณคิดตื้นไป! กองเชียร์งูใหญ่อัดอั้นมาตั้งแต่ปี 1989 ที่ไม่เคยได้สัมผัสแชมป์ลีก ทุ่มเงินคว้าทั้ง โรนัลโด้ หรือ วิเอรี่ ก็ยังไล่กวด เอซี มิลาน ไม่ทัน ควันไฟสีแดงในสนามวันนั้นจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความสิ้นหวังที่สะสมมาเนิ่นนาน
ผลพวงสงคราม

โทษแบนสถิติและรอยแผลลูกหนัง

หลังเกมถูกยกเลิก ยูฟ่าสั่งปรับเงิน อินเตอร์ มิลาน 132,000 ปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ตอนนั้น พร้อมสั่งลงโทษห้ามแฟนบอลเข้าชมเกมยุโรป 4 นัด ขณะที่ เอซี มิลาน ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ก่อนที่ภาพดาร์บี้แมตช์แมตช์นี้จะถูกจารึกไว้ในวัฒนธรรมลูกหนังตลอดกาล

โพยเอาไว้คุยกับเพื่อน

“บางทีช็อตที่ทรงพลังที่สุดในโลกลูกหนัง อาจไม่ใช่ตอนบอลตุงตาข่าย แต่เป็นวินาทีที่สองศัตรูคู่อาฆาตหยุดฟาดฟัน แล้วยืนดูหายนะไปด้วยกัน”